+++ing Hero
เรานั่งทบทวนถึงเรื่องบางอย่างหลังจากถูกคำถามของคอลัมนิสต์คนหนึ่งยิงใส่เราเมื่อเย็นวาน
คงจะใช้คำว่ายิงได้ไม่ผิดนัก หากนั่นคือความหมายของการทำปฏิกิริยาที่ฝ่ายกระทำทำให้มวลอะไรซักอย่างวิ่งมากระทบฝ่ายถูกกระทำอย่างรุนแรง หากแต่ในที่นี้ฝ่ายถูกกระทำที่ยืนข้างเรากลับเป็นอวัยวะส่วนสมองที่ถูกคำถามนั้นพุ่งมาจุดระเบิดจนกระทบความคิดบางอย่าง
ทำไมถึงใช้ชื่อว่า +++ing Hero ชื่อนี้มันมีที่มาหรือแรงบันดาลใจอะไรที่เกี่ยวกับ Hero?
ทุกคนในห้องนั้นทำหน้าตาเป็นปกติ แน่นอนว่ามันไม่ใช่คำถามแปลกใหม่ ตลอดชีวิตการทำงาน เราตอบคำถามนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายสิบหนจนราวกับคำตอบจะถูกเซ็ตไว้ในหัวเป็นระเบียบแน่นอน หากแต่หลังสิ้นเสียงการยิงนั้น เรากลับนิ่งคิดความหมายที่แท้จริงของมันอย่างถ้วนถี่ ดูราวกับว่าที่มาของชื่อที่เราเคยตอบสื่อเสมอว่า มันคือชื่อที่ตั้งประชดโลกในอุดมคติที่คนมักมองว่าHeroต้องดูเท่อยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นHeroอยู่ในตัวคนธรรมดาทุกคน ที่พี่ผึ้งหรือเฮียแบงค์ได้ยินเราตอบหลังสิ้นคำถามนี้ได้กลายเป็นความเงียบที่ปกคลุมความคลางแคลงใจจนลอยคลุ้งทั่วห้องไปเกือบครึ่งนาที
มันเป็นช่วงเวลาเกือบสามสิบวินาทีที่เราไม่แน่ใจอีกต่อไปว่า ความเป็นHeroยังมีอยู่ในตัวคนธรรมดาทุกคนหรือไม่
เมื่อราวสองอาทิตย์ก่อนที่เราได้นั่งฟังเพลงสืบ นาคะเสถียรของคาราบาวกับพี่เอกในโอกาสบังเอิญที่หลังจบประชุมที่RCA พี่เอกมีเหตุต้องไปรับแฟนตรงตึกซีมิค นั่นทำให้การเดินทางด้วยรถวีออสที่มีพี่เอกเป็นคนขับถูกน้ำใจของเจ้าของรถชวนให้ติดรถไปลงใกล้ๆตึกด้วยกัน ในช่วงเวลาบ่ายคล้อยที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่พลุกพล่านด้วยรถมากที่สุดนั้นเอง เวลาจากการรอให้รถขยับจากการจราจรเริ่มทำให้เราสองคนหยิบคาราบาวขึ้นมาฟัง และเพลงที่ถูกอุทิศแด่วีบุรุษผู้ใช้ชีวิตตนแลกกับความยุติธรรมของป่าห้วยขาแข้งก็ทำให้เราสองคนเริ่มระลึกถึงคำว่าวีรบุรุษ
กรูว่าคนแบบนี้สิ ที่เขาเรียกว่าSuper Hero สำหรับกรู คนที่ยืนหยัดอยู่ข้างความถูกต้องจนตัวตาย และที่สำคัญคือความตายของเขามันสามารถสยบความชั่วได้ ไม่มีคำไหนจะคู่ควรมากกว่าคำนี้แล้ว
เรานิ่งคิดตามคำกล่าวของพี่เอก ในขณะที่อีกใจหนึ่งพลางนึกว่าโลกนี้จะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่กล้าลุกขึ้นสู้กับอิทธิพลชั่วหรือข้าราชการมือสะอาดที่ฝืนทนกระแสตามน้ำในการฉ้อราษฎร์อยู่ซักกี่คน สมมุติว่าอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเมตตาแผ่นดินให้เหลือคนทำดีอยู่บ้าง คนดีพวกนั้นจะมีกี่คนที่สามารถยืนต่อต้านความชั่วร้ายเพียงกำลังอันน้อยนิดได้สำเร็จซักเท่าไหร่ จะมีคนดีซักกี่คนตายเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้ก่อนที่จะมีคนใหม่เข้ารับช่วงต่อสู้ต่อโดยที่ไม่มีใครรู้เลย และจะมีคนชั่วซักเท่าไหร่ที่เสียกำไรให้กับการต่อสู้ของคนดีก่อนที่จะมีทนายเข้ามาแก้ต่างให้การต่อสู้ดำเนินต่อโดยที่ใครเล่าจะรู้ แม้ที่สุดแล้วเราต่างก็เดาออกว่ากฎแห่งกรรมจะเป็นกรรมการให้คะแนนในการชกไฟท์นี้ที่จะยืนชูมือให้ข้างคนดี แต่ราวกับกรรมการที่ชื่อว่ากฏหมาย เงิน อำนาจ สังคม จะเป็นกรรมการที่ให้คะแนนตัดสินเร็วกว่ากรรมการผู้ถือคะแนนชี้ขาดที่ชื่อว่ากรรมเสมอ
ผมว่าความยุติธรรม มักมาช้าในความเป็นจริงเสมอครับพี่ เราตอบพี่เอกหลังตื่นจากภวังค์
เหรอ? +++เคยดู The Insider มั้ย
คำตอบเชิงคำถามของพี่เอกทำให้แกเริ่มเล่าเรื่องของJeffrey Wigand ให้เราฟัง คำโฆษณาของพี่เอกเป็นสาเหตุที่เราได้เริ่มหาหนังเรื่องThe Insiderมานั่งดูกับป๊าในอีกหลายวันต่อมา The Insiderเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของศาสตราจารย์หนุ่มผู้มีชีวิตธรรมดา ที่ได้ตัดสินใจลุกขึ้นหยัดยืนเพื่อที่จะยอมแลกหมัดกับบริษัทยาสูบใหญ่ยักษ์เป็นอันดับสามของอเมริกาอย่างBrown&Williamson หลังจากที่เขาพบว่าบริษัทเจ้าของบุหรี่ยี่ห้อLucky Strikeได้แอบผสมสารเคมีบางชนิดที่ช่วยทำให้ผู้เสพมีอาการติดนิโคตินมากขึ้นกว่าการสูบใบยาสูบธรรมดา เขาได้ตัดสินใจเปิดเผยความลับนี้ต่อรายการข่าวที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอเมริกาอย่างรายการ60 Minutes แล้วผลลัพธ์ของมันก็สร้างประวัติการณ์ให้วงการยาสูบของอเมริกาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เป็นเรื่องจริงที่ใครได้รู้คงมองว่าไม่ต่างจากหนังที่มีตอนจบแสนสวยงาม ที่สุดแล้วอำนาจความดีก็ชนะความชั่วร้ายในที่สุด
Jeffrey Wigandกลายเป็นHero หรืออาจจะเป็นSuper Heroในความหมายของพี่เอกแม้เขาไม่ต้องเสียชีวิตในตอนจบ แต่จะมีใครรู้ว่าการต่อสู้ของเขาและLowell Bergmanโปรดิวเซอร์รายการ60 Minutes นั้น มันคือความยากอย่างยิ่งยวด และมีหลายสิ่งที่ชัยชนะในการต่อสู้เพื่อสังคมครั้งนี้ทดแทนคืนจากการสูญเสียไปไม่ได้
ไม่ต่างจากชีวิตของสืบ นาคะเสถียร และความสูญเสียของวีรบุรุษบนโลกนี้อีกหลายล้านคน
.....................................................................
เกือบครึ่งนาทีที่คำถามนั้นทำให้เราหวนคิดถึงบทสัมภาษณ์หนึ่งที่Jeffrey Wigandให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ฉบับหนึ่งหลังจากที่หนังเรื่องThe Insiderทำให้เขาดังไปทั่วโลก มีคำถามหนึ่งที่เขาถูกยิงจากคอลัมนิสต์ว่า จากเหตุการณ์นี้ คุณรู้มั้ยว่าคุณกำลังทำในสิ่งที่เรียกว่า การเป็นHero เขาได้ตอบคอลัมนิสต์คนนั้นอย่างสีหน้าจริงใจว่า
ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ผู้คนจะยกย่องให้ผมเป็นHero แต่ผมคงยอมรับสมญานี้ไม่ได้ด้วยเหตุเพราะยังมีคนอื่นที่คู่ควรกับคำคำนี้มากกว่า ..ผมแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ..ไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำและจะทำมันต่อไป คุณเองก็คงทราบ เราเป็นเพียงแค่คนปกติที่เผชิญหน้ากับเรื่องผิดปกติและแค่ทำให้มันกลับเป็นสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ..นั่นแหล่ะคือสิ่งที่เราควรกระทำ
..........................................................................
เราตัดสินใจเงยหน้าตอบความหมายของชื่อAKA. ที่ครั้งหนึ่งเราเคยนั่งคิดแปลมันเป็นภาษาไทยว่าโคตรพ่อวีรบุรุษ
มันคือชื่อที่ตั้งประชดโลกในอุดมคติที่คนมักมองว่า Hero ต้องดูเท่อยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วความเป็น Hero อยู่ในตัวคนธรรมดาทุกคนที่เชื่ออย่างฝังรากลึกในใจว่า ความยุติธรรมถึงจะมาช้า
..แต่มันก็มาถึงเสมอ